1.ไม่มีที่ติดตั้งเครื่องกรองน้ำ เพราะอยู่คอนโด ไม่สามารถเจาะตามผนังได้?
ตอบ ไม่เป็นปัญหาเลยกับการติดตั้ง ถ้าคุณอยู่ในห้องพักที่ไม่สามารถเจาะตามผนังได้ เพียงแต่คุณมีตู้ซิงค์ที่อยู่ไต้ก๊อกน้ำ คุณก็สามารถนำเครื่องกรองน้ำไปใส่ไว้ในตู้ซิงค์ได้ แล้วเจาะผนังด้านหลังตู้ซิงค์ออกมา เพื่อต่อก๊อกน้ำเข้าทางด้านหลังตู้ซิงค์
2.ต้มน้ำปะปาก็สะอาดเพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ?
ตอบ ไม่สะอาดอย่างแน่นอนค่ะ เพราะน้ำปะปาที่ต้มออกมาแล้วสะอาด ต้องเป็นน้ำที่ผ่านการกรองมาแล้วเท่านั้น แต่น้ำทั่วไปมีสารคลอรีน ซึ่งจะทำปฎิกิริยากับน้ำอ่อนที่ผ่านมาทางท่อต่างๆ ที่ทำจากตะกั่ว (บางที่อาจเปลี่ยนเป็นท่อพลาสติคแล้ว) ทำให้น้ำที่ไหลผ่านมามีสารตะกั่วปนเปื้อน เวลานำน้ำปะปาไปต้มก็จะทำให้สารตะกั่วในน้ำเข้มข้นขึ้นด้วย ยิ่งนำน้ำที่ต้มแล้วไปต้มอีก ก็จะทำให้สารตะกั่วเข้มข้นขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย และยังเป็นสาเหตุของโรคภัยต่างๆ เช่นโรคมะเร็ง หรือโรคทางสมอง
3.ราคาแพงเกินไป?
ตอบ ถ้าเทียบกับคุณภาพของเครื่องกรองน้ำ ถือว่าราคาปานกลางเลยทีเดียว แถมคุณภาพของน้ำดื่มที่คุณจะได้รับ ยังเป็นน้ำดื่มที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสารเคมีต่างๆ อีกด้วย ดังนั้น การที่จะมีเครื่องกรองน้ำไว้ที่บ้าน จึงเป็นเรื่องที่สะดวกสบายมากๆ แถมยังประหยัดเวลา และประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย
4.เคยได้ยินว่าเพื่อนใช้ มักจะมีปํญหาตัวกระบอกเครื่องกรองน้ำรั่ว?
ตอบ ปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้กับเครื่องกรองน้ำทุกตัว เพราะการที่น้ำรั่วจากตัวกระบอกนั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุ
1.เกิดจากการไขตัวกระบอกเครื่องกรองน้ำด้วยประแจไม่แน่น
2.ซีนยางหมดอายุ
3.แรงดันน้ำ เข้าเครื่องเกินที่ค่ากำหนด
4.ตั้งเครื่องไว้ในที่ที่มีความร้อน
5.พลาสติคที่ใช้ผลิต คุณภาพดีรึเปล่า กลัวว่าใช้ไปนานแล้วตัวกระบอกเครื่องกรองน้ำจะเหลือง?
ตอบ ขอรับประกันคุณภาพเลยว่า พลาสติคที่ใช้ผลิตเครื่องกรองน้ำ เป็นพลาสติค pp เกรด A ที่สามารถทนต่อความร้อน ไม่กรอบและไม่แตก ถึงแม้ว่าอายุการใช้งานจะนานก็ตาม และที่สำคัญพลาสติคก็จะไม่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อใช้ไปนานๆ ด้วย
6.รูปทรงไม่สวยเลย ชอบเครื่องกรองน้ำแบบเป็นกล่องสี่เหลี่ยมมากกว่า?
ตอบ ความจริงแล้วการกรองน้ำไม่ได้ต่างกันเลย ที่สำคัญบอดี้แบบกล่องจะแพงกว่าครื่งต่อครึ่งเลยทีเดียว แถมบางรุ่นขั้นตอนการกรองน้อยกว่ารุ่นตัวกระบอกด้วย ฉะนั้น จึงลืมไม่ได้เลยว่า ยิ่งขั้นตอนการกรองาน้ำเยอะเท่าไหร่ น้ำที่ผ่านการกรองออกมาก็จะสะอาดมากขึ้นเท่านั้น
7.เคยใช้แล้วน้ำที่กรองออกมามีกลิ่น ก็เลยไม่อยากใช้เครื่องกรองน้ำอีก?
ตอบ 1. เกิดจากปัญหาของใส้กรองที่หมดอายุ หรือไม่ได้ทำความสะอาด เพราะตามปกติ ควรทำความสะอาดใส้กรองทุกเดือนตามที่คู่มือกำหนด เดือนละ 1 ครั้ง (จนกว่าใส้กรองจะหมดอายุ) ถ้าเว้นการทำความสะอาดไปซัก 1 ครั้ง น้ำก็จะมีกลิ่นได้ แล้วที่สำคัญยังทำให้เกิดเชื้อโรค และแบคทีเรีย ปนเปื้อนอยู่ในน้ำ ซึ่งใส้กรองได้ดูดซับเข้าไป แต่ถ้าไม่ได้ทำความสะอาด ก็จะทำให้น้ำมีกลิ่นอับ และเชื้อโรคได้กระจายตัว
2. เกิดจากการไม่ถ่ายเทน้ำก่อนใช้ หรือไม่ได้ใช้น้ำในเครื่องกรองน้ำมาเป็นเวลานาน ปกติเราควรใช้น้ำในเครื่องกรองน้ำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร เพื่อไม่ให้มีน้ำค้างอยู่ในเครื่องเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นอับ เพราะสารแขวนลอยและแบคทีเรียที่ปนเปิ้อนมากับน้ำจะสะสมในเครื่องเพิ่มมากขึ้นตามสภาพแหล่งน้ำนั้นๆ ดังนั้น ควรให้น้ำมีการไหลเวียนทุกวัน
3. ในบางท่านอาจจะชัวิธีกรอกน้ำใส่ขวด แล้วแช่ตู้เย็นทีเดียวครั้งละเยอะๆ โดยเปิดใช้น้ำจากเครื่องกรองน้ำเพียงอาทิตย์ละ 1 ครั้ง จึงทำให้เกิดกลิ่นอับ และมีกลิ่นคาร์บอนด์ออกมาจากน้ำ แต่ปัญหานี้มีวิธีแก้ เพียงแต่การกรองน้ำทุกครั้ง ควรถ่ายเทน้ำจากเครื่องกรองน้ำทิ้ง ประมาณ 2-3 ลิตร หรือประมาณ 1 นาที เท่านี้ ก็สามารถกรองน้ำเก็บไว้ที่เดียวเยอะๆได้โดยไม่มีป้ญหา

น้ำ...เป็นสิ่งจำเป็น เพราะมนุษย์ต้องนำน้ำไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะน้ำดื่มต้องเป็นน้ำที่สะอาดมีคุณภาพ มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย น้ำดื่มที่ใช้ในครัวเรือนจะมีการดูแลกันเองอยู่แล้ว แต่น้ำดื่มที่ใช้บริโภคในชุมชน เช่น โรงเรียน การดูแลอาจจะน้อยกว่า เพราะขาดคน หรืองบประมาณ จึงมีโอกาสสูงที่เด็กนักเรียนจะบริโภคน้ำที่ไม่มีคุณภาพ แล้วเกิดการสะสมของโรคต่าง ๆ ตามมา คุณภาพน้ำดื่มในโรงเรียนส่วนใหญ่ยังไม่ดีพอ โดยเฉพาะโรงเรียนที่บริโภคน้ำฝน เนื่องจากไม่มีการล้างภาชนะกักเก็บน้ำ หรือวิธีการรองน้ำฝนไม่ถูกวิธี ส่วนน้ำที่ผ่านเครื่องกรองนั้นไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องมาจาก ไม่มีการล้าง และบำรุงรักษาเครื่องกรองน้ำที่ดีพอ จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำของกรมอนามัย พบว่าส่วนใหญ่ยังไม่สะอาดปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพบริโภคกรมอนามัย โดยพบว่าครัวเรือน โรงเรียน และสถานประกอบการต่างๆ ใช้น้ำประปาที่คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่กลับพบการปนเปื้อนของแบคทีเรียเนื่องจากความไม่สะอาดของภาชนะเก็บน้ำ เครื่องกรองน้ำ และความไม่ถูกสุขลักษณะของวิธีการเก็บน้ำดื่ม ทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ ที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยได้ จากการเฝ้าระวังโรคติดต่อจากอาหารและน้ำ ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง 15 มีนาคม 2551 ทั่วประเทศพบผู้ป่วยรวม 271,677 ราย เสียชีวิต 37 ราย มากที่สุดคืออุจจาระร่วง ป่วย 246,477 ราย เสียชีวิต 35 ราย นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินอาหารอื่นๆ เช่น โรคบิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ ไวรัสตับอักเสบเอ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้ประกอบอาชีพไม่ได้ และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งโรคเหล่านี้เราสามารถป้องกันได้ โดยการปฏิบัติให้ถูกสุขอนามัย กรมอนามัย จึงจัดโครงการเฝ้าระวังน้ำดื่มไทยสู่สุขภาพ เพื่อลดปัญหาการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อ และประชาชนดื่มน้ำที่สะอาด ปลอดภัย และมีสุขภาพดี พร้อมกับการเชิญชวนประชาชนทุกครัวเรือน ผู้บริหารองค์กร โรงงาน โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก โรงแรม โรงพยาบาล การประปา วัด ผู้ประกอบการร้านอาหาร ตู้น้ำหยอดเหรียญ ผู้ผลิตน้ำบรรจุขวด มาร่วมแก้ไขปัญหาให้คุณภาพน้ำดื่มสะอาดปลอดภัยปราศจากการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ โดยการทำความสะอาด ขัด ล้าง เมือกและตะไคร่น้ำ ในถังเก็บน้ำทั้งบนดิน และใต้ดิน หอถังสูง โอ่งน้ำ เครื่องกรองน้ำ ตู้น้ำดื่ม และตู้น้ำหยอดเหรียญ พร้อมกันทั่วประเทศ รวมทั้งควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนตักน้ำใส่ภาชนะบรรจุ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ จากมือที่ไม่สะอาด ทำให้ประชาชนได้บริโภคน้ำที่สะอาด ปลอดภัย เป็นการป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อ และยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการเก็บกักน้ำช่วงหน้าฝน เพื่อสำรองไว้ใช้ในครัวเรือน ในเบื้องต้นสามารถป้องกันปัญหาดังกล่าวจากการสังเกตด้วยตาเปล่า หากพบว่ามีตะไคร่น้ำ เมือก น้ำมีตะกอน สีคล้ำ ขุ่น ควรล้างทำความสะอาดถังเก็บน้ำ ในกรณีเครื่องกรองน้ำ ก็จะต้องทำความสะอาดเช่นเดียวกัน รวมทั้งเปลี่ยนวัสดุกรองตามระยะเวลาข้อแนะนำของผลิตภัณฑ์ที่กำหนด นายศากุน เอียมศิลา ผอ.กองสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย เปิดเผยว่า สำหรับจุดบริการน้ำบริโภคสาธารณะ และตู้น้ำหยอดเหรียญส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณชุมชน ตามสถานที่ออกกำลังกาย และสวนสาธารณะ ผู้ให้บริการควรให้ความสำคัญในเรื่อง การทำความสะอาดตู้เป็นประจำและควรมีการตรวจคุณภาพน้ำภาคสนามจากบริษัทผู้ติดตั้ง ตรวจสอบ และเปลี่ยนวัสดุกรองตามระยะเวลากำหนด สำหรับน้ำประปาในระบบท่อควรมีคลอรีนอิสระคงเหลือ ตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัยไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร เพื่อฆ่าเชื้อโรค และป้องกันการเกิดโรคระบบทางเดินอาหาร หากต้องการกำจัดกลิ่นคลอรีนสามารถทำได้โดยรองน้ำประปาใส่ในภาชนะที่สะอาดตั้งทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที คลอรีนจะระเหยไปเอง ส่วนตู้น้ำดื่มในโรงเรียนต้องไม่ผ่านการซ่อมแซม โดยการนำตะกั่วมาเชื่อมรอยต่อ รอยแตก ทั้งนี้ เนื่องจากน้ำดื่มที่คุณภาพสะอาด ปลอดภัยจะช่วยให้คนเรามีสุขภาพอนามัยดี แต่ถ้าน้ำดื่มไม่สะอาดก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพทำให้เกิดปัญหาการเจ็บป่วยขึ้นมาได้ ดังนั้นเพื่อให้ทุกประเทศทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวองค์การสหประชาชาติ จึงประกาศให้ปี 2551 เป็นปีแห่งการสุขาภิบาล ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญในเรื่องการจัดการให้คุณภาพน้ำสะอาดปลอดภัย ดร.สุนีย์ สอนตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนรัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า โรงเรียนนับเป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน นอกจากจะให้ความสำคัญกับเรื่องการเรียนการสอนแล้ว ทางโรงเรียนยังให้การส่งเสริมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีกับนักเรียนด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกกำลังกาย การอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมถึงเรื่องของอาหารการกิน โดยเฉพาะเรื่องของน้ำดื่ม ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง น้ำที่ไม่สะอาดอาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาการเจ็บป่วยได้ เรื่องนี้ทางโรงเรียนจึงไม่ได้มองข้าม การมีส่วนร่วมของโรงเรียนในโครงการเฝ้าระวังน้ำดื่มไทยสู่สุขภาพกับกรมอนามัย ถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์เพราะจะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็กๆ ได้บริโภคน้ำดื่มที่สะอาด เด็กๆ จะได้ปลอดภัย จากโรคที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำโดยทางโรงเรียนได้รับการสนับสนุนทางด้านวิชาการจากทางกรมอนามัยในการสาธิตขั้นตอนการล้างทำความสะอาดวัสดุเครื่องกรองในตู้น้ำดื่มที่ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับความรู้ความเข้าใจเด็กนักเรียนได้รับการเพิ่มพูนความรู้ที่เด็กจะได้นำไปขยายผลต่อยังครอบครัว โดยนำไปใช้ในการตรวจล้าง สังเกตสี รส กลิ่นในน้ำ จากภาชนะเก็บน้ำในบ้าน เพื่อเป็นแนวทางป้องกันโรคที่อาจเกิดจากน้ำดื่มที่ไม่สะอาดได้อีกทางหนึ่ง นับเป็นการเริ่มต้นจากสังคมเล็กๆ ในโรงเรียนที่สามารถสร้างกระแสและขยายผลสู่สังคมใหญ่ได้ไม่ยากนัก เพราะเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ ซึ่งทางโรงเรียนก็จะรณรงค์โครงการนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป ทางด้านนายศุภวัฒน์ วงศ์ศรีแสงอุทัย ตัวแทนผู้ประกอบการน้ำดื่ม กล่าวว่า ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจการให้บริการน้ำดื่มบริโภค ประเภทตู้น้ำหยอดเหรียญ เครื่องกรองน้ำ ปัจจุบันนับว่าได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะพื้นที่ในชุมชนเมืองและในครัวเรือน เนื่องจากมีความสะดวก ใช้ง่าย ผู้บริโภคส่วนใหญ่มั่นใจว่าได้น้ำดื่มที่มีความสะอาดปลอดภัยจากระบบกรอง เมื่อเราได้กำไรจากการขายสินค้าให้กับผู้บริโภค ก็ควรคำนึงถึงการคืนกำไรให้กับผู้บริโภคในรูปแบบของความรับผิดชอบด้วยเช่นกัน เช่น การดูแลติดตามหลังการขายโดยการให้บริการตรวจล้างทำความสะอาดและเปลี่ยนวัสดุกรองตามกำหนดระยะเวลาของผลิตภัณฑ์ หรือหากไม่มีบริการดังกล่าวอย่างน้อยทางบริษัทก็ควรจะทำฉลากเป็นข้อแนะนำติดไว้ที่ด้านข้างของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการดูแลรักษา วิธีการล้างทำความสะอาดหรือข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็น โดยต้องเป็นคำแนะนำที่ผู้บริโภคสามารถทำเองได้ ทั้งนี้ เชื่อว่าโครงการเฝ้าระวังน้ำดื่มสู่สุขภาพของกรมอนามัยจะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นเตือนให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการน้ำดื่มได้เกิดจิตสำนึกและใส่ใจในเรื่องของความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคอย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ย่อมมีผลต่อชื่อเสียงของสินค้าและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคด้วยเช่นกัน วิถีชีวิตไทยและสภาพแวดล้อมในชุมชนเมืองหลวง หรือเมืองใหญ่ เปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญเศรษฐกิจ และสังคม ส่งผลกระทบต่อความสะอาดของน้ำดื่ม ดังนั้นประชาชนจึงควรติดเครื่องกรองน้ำ เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้สะอาด เมื่อถึงกำหนดการใช้งานเครื่องกรองเหล่านี้ ควรจะต้องมีการล้างทำความสะอาดด้วย เพื่อความปลอดภัยก่อนดื่มน้ำ
ที่มาของข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า ประจำวันที่ 16 เมษายน 2551
เครื่องกรองน้ำระบบ RO

สาเหตุหลักที่ต้องมีกระบวนการบำบัดน้ำให้สะอาด บริสุทธิ์นั้น เนื่องจากความต้องการน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคสูงขึ้น ในช่วงต้นคริสตกาลได้พบข้อความในตำราสันสกฤตโบราณซึ่งกล่าวไว้ว่า “น้ำที่สะอาดจะต้องเก็บไว้ในถังทองแดง นำไปตากแดด แล้วกรองผ่านชั้นถ่านอีกที” ในปี ค.ศ.1500 ชาวอียิปต์โบราณใช้สารส้มเพื่อตกตะกอนสารแขวนลอยในน้ำ ตะกอนที่ปะปนในน้ำจะนอนก้นแล้วจึงนำออกไป ก็จะได้น้ำสะอาด ก่อนหน้านั้นในช่วงปี ค.ศ.400 ฮิปโปเครตีส แพทย์ชาวกรีกซึ่งเป็นบิดาแห่งวิชาแพทย์ ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำ ความสะอาดของน้ำซึ่งมีผลต่อสุขภาพ โดยเขาได้แนะนำให้ทำการต้ม หรือกรองน้ำเพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดขึ้นก่อนนำมาบริโภค ในช่วง ค.ศ.1700 กระบวนการกรองถูกนำมาใช้ในการบำบัดน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการกรองน้ำผ่านชั้นทรายอย่างช้าๆ (slow sand filtration) ได้ถูกนำมาใช้เป็นวิธีต่อมาในช่วงต้น ค.ศ.1800 จนในปี ค.ศ.1804 จึงเกิดโรงกรองน้ำแห่งแรกขึ้นในเทศบาลเมืองเพสลีย์ (Paisley) ของประเทศสก๊อตแลนด์ ในช่วงปลาย ค.ศ.1800 ได้มีผลการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ซึ่งพบว่า น้ำที่ขุ่น และดูสกปรกนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุนทรียภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพด้วย ขยะมูลฝอยต่างๆ ที่ปนเปื้อนมากับน้ำขุ่นนั้นก่อให้เกิดโรคขึ้นได้ ซึ่งในปีเดียวกันนั้นก็มีรายงานการพบโรคระบาดต่างๆ เกิดขึ้นเช่น อหิวาห์ ไทฟอยด์ โรคบิด ซึ่งสาเหตุของการระบาดมาจากน้ำที่สกปรกทั้งสิ้น ต่อมาประมาณปี ค.ศ. 1880 หลุยส์ปาสเตอร์ได้พบว่าจุลินทรีย์เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ และการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ส่งผลให้เกิดการบุกเบิกครั้งสำคัญในการนำคลอรีนมาใช้ในการบำบัดน้ำ และเกิดกระบวนการผลิตน้ำประปา จากนั้นทั้งในยุโรปและอเมริกาเหนือก็ได้ใช้กระบวนการดังกล่าวกันมาอย่างต่อเนื่องจน ค.ศ.1900 และปัจจุบันได้มีการปรับปรุงกระบวนการบำบัดน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค การพัฒนากระบวนการผลิตน้ำประปา อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการออกกฎหมายควบคุมคุณภาพน้ำดื่มในสหรัฐอเมริกา (Safe drinking water act : SDWA) และกฎหมายดังกล่าวก็ได้เกิดขึ้นตามมาในยุโรป และเอเชีย
ที่มา ห้องสมุดออนไลน์
บำบัดน้ำโดยเครื่องกรองน้ำแร่

การผลิตน้ำประปา จะนำน้ำผิวดินจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้แก่ ทะเลสาบ แม่น้ำ ลำคลองต่างๆ หรือนำน้ำใต้ดินที่มาจากการไหลซึมของน้ำจากผิวดินผ่านชั้นหินใต้ดินต่างๆ เกิดเป็นน้ำบาดาล น้ำผิวดินมักมีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สารอินทรีย์ และอนุภาคต่างๆ ส่วนน้ำใต้ดินจะมีการปนเปื้อนของสารอนินทรีย์ ไอออนของแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งละลายอยู่ในน้ำเนื่องจากการซึมผ่านของน้ำผ่านชั้นหิน ซึ่งจะชะล้างแร่ธาตุต่างๆ ละลายมากับน้ำด้วย ปริมาณการปนเปื้อนของสารต่างๆ ในน้ำจะขึ้นอยู่กับลักษณะทางธรณีวิทยา สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ รวมถึงฤดูกาลต่างๆ ด้วยการบำบัดน้ำเพื่อผลิตเป็นน้ำประปา เริ่มจากขั้นตอนการตกตะกอนสารปนเปื้อนที่มากับน้ำ จากแหล่งน้ำธรรมชาติ (ทะเลสาบ, คลองชลประทาน) น้ำที่ผ่านเข้าสู่ระบบจะได้รับการเติมสารเคมี เช่นสารส้ม, คาร์บอน และทำการกวนน้ำให้ตะกอนเล็กๆ จับตัวกันเป็นก้อนขนาดใหญ่ขึ้น หรือเรียกว่า “flog” แล้วตกลงสู่ก้นถังตกตะกอน น้ำที่ผ่านขั้นตอนนี้แล้วจะเข้าสู่ถังกรอง ซึ่งมีชั้นกรองทรายและถ่านดักเศษตะกอนเล็กๆ และ flog ออก น้ำที่ผ่านออกจากถังกรองจะได้รับการเติมปูนขาว, คลอรีน, ฟลูออรีน, ฟอสเฟต หรือผ่านรังสียูวี หรือโอโซน เพื่อฆ่าเชื้อโรค จุลินทรีย์ต่างๆ ที่ก่อให้เกิดโรค เมื่อน้ำผ่านกระบวนการทั้งนี้ ก็จะได้น้ำที่สะอาด ซึ่งจะเก็บไว้ในถังพัก เพื่อรอการจ่ายน้ำออกกระจายสู่แหล่งชุมชนโดยระบบประปาต่อไป
ที่มา ห้องสมุดออนไลน์
ใครกล้ากินน้ำประปามั่ง..มาดูนี่

อยากให้เพื่อนๆ ได้รู้ถึงคุณสมบัติของใส้กรองชนิดต่างๆ เผื่อเวลาไปซื้อเครื่องกรองน้ำจะได้มีความมั่นใจ แต่วันนี้เอาแค่ 3 ชนิดก่อนนะ เป็นใส้กรองที่อยู่ในขั้นตอนแรกๆ ของการกรอง ใส้กรองขั้นที่ 1 จะมีอยู่ 2อย่างคือ ใส้กรองCeramic Filter ความละเอียด 0.3 ไมครอน (่ตัวนี้ต้องระวังอย่าให้ตกแตก)จะช่วยดูดซับเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคทางเดินอาหาร ส่วน ใส้กรองหยาบ จะทำหน้าที่กรองสารแขวนลอยขนาดใหญ่ เช่น โคลน หิน ทราย ตะไคร่น้ำ ซึ่งจะทำให้ขึ้นตอนการกรองขั้นต่อไป ได้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งเครื่องกรองน้ำบางรุ่นจะใช้ไม่เหมือนกัน บางรุ่นอาจจะใช้Ceramic filter เป็นขั้นแรก ส่วนบางรุ่นอาจจะใช้ใส้กรองหยาบเป็นขั้นตอนแรก แต่ถ้าให้แนะนำจริงๆ ก็ควรใช้ใส้กรองหยาบเป็นขั้นตอนแรก เพราะอย่างที่ว่าไว้ว่า ประสิทธิภาพการทำงานจะดียิ่งขึ้น อย่างถ้ามีเสษทราย หรือ ตะไคร่น้ำ ถ้าเล็ดลอดออกมา ใส้กรองหยาบก็จะดักได้หมดเลย ที่บ้านเพื่อนนะ ใช้รุ่น RO อยู่ ตะไครน้ำเต็มเลย เพื่อนทึ่งมากๆ แต่บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วใส้กรองCeramic Filterล่ะ ไม่ดีเหรอ จะบอกว่าดีเหมือนกันแหล่ะ แต่ถ้าเราใช้เครื่องกรองที่มี5ขั้นตอนขึ้นไปนะ ไม่ต้องใช้ใส้กรองชนิดนี้ก็ได้ เพราะยังมีใส้กรองที่คุณสมบัติเหมือนกันอีกในขั้นตอนที่4 (เดี๋ยวจะบอกวันหลังนะ ยาว)ส่วนใส้กรองขั้นที่2 คือ Activated Carbon ใส้กรองชนิดนี้ จะเป็นชนิดที่สามารถดูดติดและดูดซึม สามารถดูดซึม สี สารปรอท สารตะกั่ว สารแคตเมี่ยม และสามารถดูดติด สนิมเหล็ก จะเห็นได้ชัดๆ เลย มีรูปมาให้ดูด้วยล่ะ นึกดูสิ่
ถึงเราไม่ได้นำมาดื่ม แต่เราก็นำมาล้างหน้า แปรงฟัน โอ๊ย น่ากลัว แล้วที่เจอมากับตัวเองนะ เห็นเค้าบอกว่าน้ำปะปาดื่มได้ เราก็ไม่กล้าดื่มหรอก แต่ก็นำมาหุงข้าว เพราะคิดว่าพอน้ำร้อนเชื้อโรคก็หายไปเอง แต่ที่กินไม่ลงเพราะว่า ท่อแถวๆหน้าบ้านดันมาแตกค่ะ แต่ไม่รู้ เพราะปกติเวลาท่อแตก น้ำก็จะมีสีขุ่นๆ หรือมีทรายปนมาบ้าง แต่คราวนี้ น้ำใสแหน๋วเลย แต่พอไปล้างมือ แล้วยกมือมาเช็ดหน้า เอ๊ะ กลิ่นอะไร คาวๆ เน่าๆ น่าแหวะมากๆ ก็เลยหาสาเหตุกันใหญ่ ว่าเอ๊ะ หรือจะมีศพลอยผ่านมาเหมือนในข่าว อันนี้ก็เวอร์ไปนี้ด....สรุปข้าวหม้อนั้นก็เลยอดรับประทาน เห็นมั้ย ว่าน่ากลัว (ที่จริงเค้าก็มีกรองน้ำใช้กันด้วยนะ) ก็ถึงว่าไงว่า ถึงกรมปะปา จะทำการแจกจ่ายน้ำที่ผ่านการตรวจสอบว่าปลอดภัยดีแล้วให้กับประชาชน แต่เราก็ไม่รู้นี่ว่า ทางที่น้ำผ่านมานั้น ผ่านมาทางท่อปะปาเก่าทีทำจากตะกั่วอยู่รึเปล่า ไปอ่านโภชนาการ รีดเดอร์ ไดเจสท์ มาเค้าบอกว่า น้ำอ่อนจะทำปฎิกิริยากับตะกั่ว ตะกั่วก็จะหลุดลอยมากับน้ำ ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกเนอะ ว่าที่ไหนยังใช้ท่อตะกั่วอยู่ ทางที่ดีมีเครื่องกรองน้ำดีแล้ว ,เอ้า! เลยเถิดไปใหญ่ มาต่อด้วยขั้นตอนการกรองขั้นที่3 ดีกว่า ขั้นตอนนี้คือใส้กรอง Resin มีหน้าที่ดักจับสารละลายจำพวกหินปูน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคนิ่ว และยังช่วยลดความกระด้างของน้ำให้ดียิ่งขึ้นด้วย ส่วนใหญ่เครื่องกรองน้ำ 3 ขั้นตอนแรกก็จะเป็นใส้กรองพวกนี้แหล่ะ แต่ก็สามาถเปลี่ยนใส้กรองให้เหมาะกับสภาพน้ำที่บ้านเราได้นะ แต่ต้องใช้ที่ตรวจสภาพน้ำก่อน อย่างเราจะดูว่าน้ำบ้านเรามีหินปูนเยอะมั้ย ก็จะใช้น้ำยาตรวจสภาพน้ำหยดลงไป น้ำยาตรวจแบบนี้ก็มีขายนะ แต่ต้องดูกับคนที่ขายเครื่องกรองน้ำ แล้วถ้าตรวจออกมาแล้วว่าน้ำเรามีหินปูนเยอะ ก็จะนำใส้กรองResinมาใส่ในขั้นตอนที่2แทนActivated Carbon เลย ก็เท่ากับว่ามีใส้กรองResinถึง2ขั้นตอนด้วยกัน แต่จริงๆ แล้วเครื่องกรองน้ำจะถูกหรือจะแพง คงไม่สำคัญเท่ากับใส้กรองที่ได้คุณภาพและคุณภาพของตัวเครื่อง แต่เรามาคุยกันเรื่องตัวเครื่องก่อนดีกว่าว่าตัวพลาสติคเนี่ย เกรดAมั้ย เวลาใช้ไปนานๆ ตัวกระบอกกรองน้ำจะได้ไม่เหลือง ทำให้เราใช้ได้เป็นสิบๆ ปีเลยนะ แล้วเดี๋ยวนี้เครื่องกรองน้ำก็ไม่แพงแล้วนะ มีทั้งของในห้างที่มียี่ห้อ และก็ของนอกห้างที่ไม่มียี่ห้อ ถ้าของในห้างก็จะแพงหน่อย เพราะเค้าบวกอะไรเยอะแยะ แต่ถ้าเป็นข้างนอก เช่นร้านค้า หรือ ขายตามเว็บไซต์ต่างๆ ก็จะราคาถูกหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ของเค้าไม่ดีนะ แต่ที่เค้าขายถูกได้ เพราะเค้าไม่ต้องไปเสียค่าอะไรมากมาย และจะบอกให้นะว่า สินค้าส่วนใหญ่ผลิตมาจากที่เดียวกันน่ะแหล่ะ อย่างเช่นเครื่องกรองน้ำที่มียี่ห้อแต่ไม่ดังซะเลย กับเครือ่งกรองน้ำยี่ห้อหนึ่งที่ดังมากๆ ส่วนใหญ่คนก็ต้องเลือกสินค้าทีดังอยู่แล้วหล่ะเนาะ แต่ถ้าเราไม่ได้ยึดติดกับี่ห้ออะไรมากมาย เราก็หาซึ้อตามร้านหรือเว็บไซด์ก็ได้(ก็บอกแล้วว่าผลิตจากที่เดียวกัน) แต่ถ้าใครอยากได้ของยี่ห้อดังก็ไม่ว่ากัน สิทธิส่วนบุคคลจ่ะ เข้าใจ,แต่ถึงจะแพงยังไง แต่ถ้าเราใช้อย่างเดียว ไม่ค่อยทำความสะอาดใส้กรองตามที่คู่มือกำนดเนี่ย ก็แย่เลย ส่วนใหญ่ใส้กรองแต่ละชนิดจะให้ทำความสะอาดเดือนละ 1 ครั้ง และเปลี่ยนใส้กรองเดือนละ1ครั้ง เพราะถ้าเราไม่ทำความสะอาด ก็จะทำให้น้ำมีเชื้อโรค และเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งใส้กรองได้ดูดซับเข้าไป เกิดการกระจายตัว ทีนี้พอเราไม่ได้ทำความสะอาดนะ น้ำไม่สะอาดยังไม่พอ แถมยังจะมีกลิ่นเหม็นอับอีก (ปกติแค่ไม่ใช้น้ำในเครื่องกรองน้ำซัก2วัน น้ำก็มีกลิ่นอับแล้ว ต้องใช้ทุกวัน หรือถ้าไม่ได้กรองน้ำทุกวัน ก่อนใช้เราก็ต้องถ่ายน้ำทิ้งซัก2-3นาทีก่อน) และใส้กรองยังมีหลายเกรดด้วยนะ ตั้งแต่เกรด A.B,C อย่างใส้กรองCarbonถ้าเกรดAใส้กรองจะหนา เดี๋ยววันหลังจะเอาแบบคนละเกรดมาให้ดูเลย ความจริงรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องกรองน้ำมีเยอะมากเลยนะ เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่บางทีเราก็ไม่รู้ งั้นเอาไว้คราวหน้าจะมาคุยเรื่อง เครื่องกรองน้ำมีกี่รุ่น แบบไหนเป็นยังไง คุณภาพแต่ละรุ่นดีแค่ไหน จะบอกทั้งส่วนดีและส่วนเสียหมดเลย ไม่มีกั๊กหรอก ไว้เจอกันจ๊ะ
![]() |
![]() |
![]() |

เครื่องกรองน้ำแร่ 7 ชั้น
ในร่างกายของมนุษย์ มีน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญถึง 70% ของร่างกาย อวัยทุกส่วนของร่างกาย จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องมีปริมาณน้ำอยู่ในร่างกายอย่างเพียงพอ แต่น้ำนั้นก็ต้องเป็นน้ำที่สะอาด และมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย มิฉะนั้นน้ำที่ดื่มจะเป็นพาหะ น้ำสิ่งแปลกปลอมสู่ร่างกาย ทำให้ตับและไตทำงานหนักขึ้น เป็นผลระยะยาวทำให้ตับและไตเสื่อมสภาพเร็ว ดังนั้น แร่ธาตุในน้ำจะช่วยให้ตับและไตทำงานเบาลง และที่สำคัญแร่ธาตุในน้ำ ยังสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่าแร่ธาตุจากอาหารอีกด้วย
ดังนั้น เครื่องกรองน้ำแร่ จึงสนองความต้องการของทุกคน โดยมีนวัตกรรมใหม่ของเครื่องกรองน้ำแร่ ที่สามารถกรองได้ถึง 7 ชั้น โดยจะมีขั้นตอนการกรองสิ่งสกปรกไปในตัว คุณจะได้ทั้งน้ำดื่มที่สะอาด และมีแร่ธาตุสารอาหาร ซึ่งในน้ำแร่จะช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยย่อยอาหาร และช่วย ลดความดันภายในร่างกาย และในปัจจุบัน น้ำแร่ไม่ได้มีไว้ดื่มอย่างเดียว แต่ ยังนิยมนำมาล้างหน้าเสริมสวยอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ผิวพรรณผ่องใส นวลเนียน และการมีเครื่องกรองน้ำแร่เพื่อผลิตน้ำแร่ไว้ใช้เอง จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และยังทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องซื้อน้ำดื่มราคาแพงอีกต่อไป และด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่น สวยงามทันสมัย จึงทำให้เครื่องกรองน้ำแร่ เป็น เฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน คุณได้อย่างลงตัว
