WeelaWater

ทุกเรื่อง..เครื่องกรองน้ำ




อยากให้เพื่อนๆ ได้รู้ถึงคุณสมบัติของใส้กรองชนิดต่างๆ เผื่อเวลาไปซื้อเครื่องกรองน้ำจะได้มีความมั่นใจ แต่วันนี้เอาแค่ 3 ชนิดก่อนนะ เป็นใส้กรองที่อยู่ในขั้นตอนแรกๆ ของการกรอง ใส้กรองขั้นที่ 1 จะมีอยู่ 2อย่างคือ ใส้กรองCeramic Filter ความละเอียด 0.3 ไมครอน (่ตัวนี้ต้องระวังอย่าให้ตกแตก)จะช่วยดูดซับเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคทางเดินอาหาร ส่วน ใส้กรองหยาบ จะทำหน้าที่กรองสารแขวนลอยขนาดใหญ่ เช่น โคลน หิน ทราย ตะไคร่น้ำ ซึ่งจะทำให้ขึ้นตอนการกรองขั้นต่อไป ได้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งเครื่องกรองน้ำบางรุ่นจะใช้ไม่เหมือนกัน บางรุ่นอาจจะใช้Ceramic filter เป็นขั้นแรก ส่วนบางรุ่นอาจจะใช้ใส้กรองหยาบเป็นขั้นตอนแรก แต่ถ้าให้แนะนำจริงๆ ก็ควรใช้ใส้กรองหยาบเป็นขั้นตอนแรก เพราะอย่างที่ว่าไว้ว่า ประสิทธิภาพการทำงานจะดียิ่งขึ้น อย่างถ้ามีเสษทราย หรือ ตะไคร่น้ำ ถ้าเล็ดลอดออกมา ใส้กรองหยาบก็จะดักได้หมดเลย ที่บ้านเพื่อนนะ ใช้รุ่น RO อยู่ ตะไครน้ำเต็มเลย เพื่อนทึ่งมากๆ แต่บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วใส้กรองCeramic Filterล่ะ ไม่ดีเหรอ จะบอกว่าดีเหมือนกันแหล่ะ แต่ถ้าเราใช้เครื่องกรองที่มี5ขั้นตอนขึ้นไปนะ ไม่ต้องใช้ใส้กรองชนิดนี้ก็ได้ เพราะยังมีใส้กรองที่คุณสมบัติเหมือนกันอีกในขั้นตอนที่4 (เดี๋ยวจะบอกวันหลังนะ ยาว)ส่วนใส้กรองขั้นที่2 คือ Activated Carbon ใส้กรองชนิดนี้ จะเป็นชนิดที่สามารถดูดติดและดูดซึม สามารถดูดซึม สี สารปรอท สารตะกั่ว สารแคตเมี่ยม และสามารถดูดติด สนิมเหล็ก จะเห็นได้ชัดๆ เลย มีรูปมาให้ดูด้วยล่ะ นึกดูสิ่
ถึงเราไม่ได้นำมาดื่ม แต่เราก็นำมาล้างหน้า แปรงฟัน โอ๊ย น่ากลัว แล้วที่เจอมากับตัวเองนะ เห็นเค้าบอกว่าน้ำปะปาดื่มได้ เราก็ไม่กล้าดื่มหรอก แต่ก็นำมาหุงข้าว เพราะคิดว่าพอน้ำร้อนเชื้อโรคก็หายไปเอง แต่ที่กินไม่ลงเพราะว่า ท่อแถวๆหน้าบ้านดันมาแตกค่ะ แต่ไม่รู้ เพราะปกติเวลาท่อแตก น้ำก็จะมีสีขุ่นๆ หรือมีทรายปนมาบ้าง แต่คราวนี้ น้ำใสแหน๋วเลย แต่พอไปล้างมือ แล้วยกมือมาเช็ดหน้า เอ๊ะ กลิ่นอะไร คาวๆ เน่าๆ น่าแหวะมากๆ ก็เลยหาสาเหตุกันใหญ่ ว่าเอ๊ะ หรือจะมีศพลอยผ่านมาเหมือนในข่าว อันนี้ก็เวอร์ไปนี้ด....สรุปข้าวหม้อนั้นก็เลยอดรับประทาน เห็นมั้ย ว่าน่ากลัว (ที่จริงเค้าก็มีกรองน้ำใช้กันด้วยนะ) ก็ถึงว่าไงว่า ถึงกรมปะปา จะทำการแจกจ่ายน้ำที่ผ่านการตรวจสอบว่าปลอดภัยดีแล้วให้กับประชาชน แต่เราก็ไม่รู้นี่ว่า ทางที่น้ำผ่านมานั้น ผ่านมาทางท่อปะปาเก่าทีทำจากตะกั่วอยู่รึเปล่า ไปอ่านโภชนาการ รีดเดอร์ ไดเจสท์ มาเค้าบอกว่า น้ำอ่อนจะทำปฎิกิริยากับตะกั่ว ตะกั่วก็จะหลุดลอยมากับน้ำ ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกเนอะ ว่าที่ไหนยังใช้ท่อตะกั่วอยู่ ทางที่ดีมีเครื่องกรองน้ำดีแล้ว ,เอ้า! เลยเถิดไปใหญ่ มาต่อด้วยขั้นตอนการกรองขั้นที่3 ดีกว่า ขั้นตอนนี้คือใส้กรอง Resin มีหน้าที่ดักจับสารละลายจำพวกหินปูน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคนิ่ว และยังช่วยลดความกระด้างของน้ำให้ดียิ่งขึ้นด้วย ส่วนใหญ่เครื่องกรองน้ำ 3 ขั้นตอนแรกก็จะเป็นใส้กรองพวกนี้แหล่ะ แต่ก็สามาถเปลี่ยนใส้กรองให้เหมาะกับสภาพน้ำที่บ้านเราได้นะ แต่ต้องใช้ที่ตรวจสภาพน้ำก่อน อย่างเราจะดูว่าน้ำบ้านเรามีหินปูนเยอะมั้ย ก็จะใช้น้ำยาตรวจสภาพน้ำหยดลงไป น้ำยาตรวจแบบนี้ก็มีขายนะ แต่ต้องดูกับคนที่ขายเครื่องกรองน้ำ แล้วถ้าตรวจออกมาแล้วว่าน้ำเรามีหินปูนเยอะ ก็จะนำใส้กรองResinมาใส่ในขั้นตอนที่2แทนActivated Carbon เลย ก็เท่ากับว่ามีใส้กรองResinถึง2ขั้นตอนด้วยกัน แต่จริงๆ แล้วเครื่องกรองน้ำจะถูกหรือจะแพง คงไม่สำคัญเท่ากับใส้กรองที่ได้คุณภาพและคุณภาพของตัวเครื่อง แต่เรามาคุยกันเรื่องตัวเครื่องก่อนดีกว่าว่าตัวพลาสติคเนี่ย เกรดAมั้ย เวลาใช้ไปนานๆ ตัวกระบอกกรองน้ำจะได้ไม่เหลือง ทำให้เราใช้ได้เป็นสิบๆ ปีเลยนะ แล้วเดี๋ยวนี้เครื่องกรองน้ำก็ไม่แพงแล้วนะ มีทั้งของในห้างที่มียี่ห้อ และก็ของนอกห้างที่ไม่มียี่ห้อ ถ้าของในห้างก็จะแพงหน่อย เพราะเค้าบวกอะไรเยอะแยะ แต่ถ้าเป็นข้างนอก เช่นร้านค้า หรือ ขายตามเว็บไซต์ต่างๆ ก็จะราคาถูกหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ของเค้าไม่ดีนะ แต่ที่เค้าขายถูกได้ เพราะเค้าไม่ต้องไปเสียค่าอะไรมากมาย และจะบอกให้นะว่า สินค้าส่วนใหญ่ผลิตมาจากที่เดียวกันน่ะแหล่ะ อย่างเช่นเครื่องกรองน้ำที่มียี่ห้อแต่ไม่ดังซะเลย กับเครือ่งกรองน้ำยี่ห้อหนึ่งที่ดังมากๆ ส่วนใหญ่คนก็ต้องเลือกสินค้าทีดังอยู่แล้วหล่ะเนาะ แต่ถ้าเราไม่ได้ยึดติดกับี่ห้ออะไรมากมาย เราก็หาซึ้อตามร้านหรือเว็บไซด์ก็ได้(ก็บอกแล้วว่าผลิตจากที่เดียวกัน) แต่ถ้าใครอยากได้ของยี่ห้อดังก็ไม่ว่ากัน สิทธิส่วนบุคคลจ่ะ เข้าใจ,แต่ถึงจะแพงยังไง แต่ถ้าเราใช้อย่างเดียว ไม่ค่อยทำความสะอาดใส้กรองตามที่คู่มือกำนดเนี่ย ก็แย่เลย ส่วนใหญ่ใส้กรองแต่ละชนิดจะให้ทำความสะอาดเดือนละ 1 ครั้ง และเปลี่ยนใส้กรองเดือนละ1ครั้ง เพราะถ้าเราไม่ทำความสะอาด ก็จะทำให้น้ำมีเชื้อโรค และเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งใส้กรองได้ดูดซับเข้าไป เกิดการกระจายตัว ทีนี้พอเราไม่ได้ทำความสะอาดนะ น้ำไม่สะอาดยังไม่พอ แถมยังจะมีกลิ่นเหม็นอับอีก (ปกติแค่ไม่ใช้น้ำในเครื่องกรองน้ำซัก2วัน น้ำก็มีกลิ่นอับแล้ว ต้องใช้ทุกวัน หรือถ้าไม่ได้กรองน้ำทุกวัน ก่อนใช้เราก็ต้องถ่ายน้ำทิ้งซัก2-3นาทีก่อน) และใส้กรองยังมีหลายเกรดด้วยนะ ตั้งแต่เกรด A.B,C อย่างใส้กรองCarbonถ้าเกรดAใส้กรองจะหนา เดี๋ยววันหลังจะเอาแบบคนละเกรดมาให้ดูเลย ความจริงรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องกรองน้ำมีเยอะมากเลยนะ เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่บางทีเราก็ไม่รู้ งั้นเอาไว้คราวหน้าจะมาคุยเรื่อง เครื่องกรองน้ำมีกี่รุ่น แบบไหนเป็นยังไง คุณภาพแต่ละรุ่นดีแค่ไหน จะบอกทั้งส่วนดีและส่วนเสียหมดเลย ไม่มีกั๊กหรอก ไว้เจอกันจ๊ะ

















0 ความคิดเห็น: