
สาเหตุหลักที่ต้องมีกระบวนการบำบัดน้ำให้สะอาด บริสุทธิ์นั้น เนื่องจากความต้องการน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคสูงขึ้น ในช่วงต้นคริสตกาลได้พบข้อความในตำราสันสกฤตโบราณซึ่งกล่าวไว้ว่า “น้ำที่สะอาดจะต้องเก็บไว้ในถังทองแดง นำไปตากแดด แล้วกรองผ่านชั้นถ่านอีกที” ในปี ค.ศ.1500 ชาวอียิปต์โบราณใช้สารส้มเพื่อตกตะกอนสารแขวนลอยในน้ำ ตะกอนที่ปะปนในน้ำจะนอนก้นแล้วจึงนำออกไป ก็จะได้น้ำสะอาด ก่อนหน้านั้นในช่วงปี ค.ศ.400 ฮิปโปเครตีส แพทย์ชาวกรีกซึ่งเป็นบิดาแห่งวิชาแพทย์ ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำ ความสะอาดของน้ำซึ่งมีผลต่อสุขภาพ โดยเขาได้แนะนำให้ทำการต้ม หรือกรองน้ำเพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดขึ้นก่อนนำมาบริโภค ในช่วง ค.ศ.1700 กระบวนการกรองถูกนำมาใช้ในการบำบัดน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการกรองน้ำผ่านชั้นทรายอย่างช้าๆ (slow sand filtration) ได้ถูกนำมาใช้เป็นวิธีต่อมาในช่วงต้น ค.ศ.1800 จนในปี ค.ศ.1804 จึงเกิดโรงกรองน้ำแห่งแรกขึ้นในเทศบาลเมืองเพสลีย์ (Paisley) ของประเทศสก๊อตแลนด์ ในช่วงปลาย ค.ศ.1800 ได้มีผลการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ซึ่งพบว่า น้ำที่ขุ่น และดูสกปรกนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุนทรียภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพด้วย ขยะมูลฝอยต่างๆ ที่ปนเปื้อนมากับน้ำขุ่นนั้นก่อให้เกิดโรคขึ้นได้ ซึ่งในปีเดียวกันนั้นก็มีรายงานการพบโรคระบาดต่างๆ เกิดขึ้นเช่น อหิวาห์ ไทฟอยด์ โรคบิด ซึ่งสาเหตุของการระบาดมาจากน้ำที่สกปรกทั้งสิ้น ต่อมาประมาณปี ค.ศ. 1880 หลุยส์ปาสเตอร์ได้พบว่าจุลินทรีย์เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ และการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ส่งผลให้เกิดการบุกเบิกครั้งสำคัญในการนำคลอรีนมาใช้ในการบำบัดน้ำ และเกิดกระบวนการผลิตน้ำประปา จากนั้นทั้งในยุโรปและอเมริกาเหนือก็ได้ใช้กระบวนการดังกล่าวกันมาอย่างต่อเนื่องจน ค.ศ.1900 และปัจจุบันได้มีการปรับปรุงกระบวนการบำบัดน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค การพัฒนากระบวนการผลิตน้ำประปา อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการออกกฎหมายควบคุมคุณภาพน้ำดื่มในสหรัฐอเมริกา (Safe drinking water act : SDWA) และกฎหมายดังกล่าวก็ได้เกิดขึ้นตามมาในยุโรป และเอเชีย
ที่มา ห้องสมุดออนไลน์
บำบัดน้ำโดยเครื่องกรองน้ำแร่

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น